springgreenのブログ

タイ料理のレシピ รวมสูตรอาหารไทย

สาเหตุของ ตู้เย็นไม่เย็น เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร

タイ料理

โดยปกติตู้เย็นจะไม่เสียหายง่ายๆ และ สามารถสร้างความเย็นภายในตู้ได้เป็นสิบๆ ปีหรือ ตลอดอายุการใช้งาน เพราะสารทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์ ภายในระบบสามารถใช้งานหมุนเวียนกลับไปมา ของเหลวเป็นแก๊ส และแก๊สกลับเป็นของเหลว ซึ่งเป็นกระบวนการในการทำความเย็นที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง แต่หากตู้เย็นไม่มีความเย็นตามปกติที่เคยเป็น เราจะสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ก็คือ

สาเหตุตู้เย็นไม่เย็น พร้อมเคล็ดลับแก้ไขปัญหา

  • คอมเพรสเซอร์ เกิดการชำรุด

ปัญหาคอมเพรสเซอร์หลังตู้เย็นเกิดการชำรุด ถือเป็นปัญหาใหญ่ของตู้เย็นเลยก็ว่าได้ เพราะจะส่งผลให้ ตู้เย็นไม่เย็น ทั้งช่องด้านบน และช่องด้านล่าง โดยวิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ หากระหว่างการใช้งานตู้เย็น แล้วไม่ได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์ที่อยู่บริเวณด้านหลังตู้เย็นทำงาน แสดงว่าคอมเพรสเซอร์เสีย แนะนำให้เปลี่ยนทันที แต่การเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์แอร์จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญ อาจจะเปลี่ยนด้วยตนเองไม่ได้


  • เซนเซอร์ตรวจจับน้ำแข็งเกิดความเสียหาย

หากพบว่า ตู้เย็นไม่เย็นแต่ช่องฟรีซเย็น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยว่า ตัวเซนเซอร์ตรวจจับน้ำแข็ง หรือระบบละลายน้ำแข็งภายในตู้เย็น เกิดความเสียหาย และเพื่อให้มั่นใจ อาจจะสังเกตตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ด้วยว่าทำงานปกติหรือไม่ หากทำงานปกติ ให้รีบซ่อมระบบละลายน้ำแข็งทันที เพราะหากปล่อยปัญหานี้ไว้ อาจจะส่งผลให้ ตู้เย็น มีความเย็นจัด และเกิดน้ำแข็งในปริมาณมาก


  • ขอบยางตู้เย็นเสื่อมสภาพ

เมื่อใช้งานตู้เย็นไปได้สักระยะ วัสดุ หรืออะไหล่ อาจเสื่อมสภาพลงได้ โดยเฉพาะยางบริเวณขอบตู้เย็น ซึ่งทุกบ้านสามารถสังเกตได้ด้วยตนเองเพียงลองใช้มือจับดูว่า ขอบยางเกิดการแข็งตัวหรือไม่ หากแข็งตัวแสดงว่าขอบยางตู้เย็นเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ตู้เย็นไม่เย็น เพราะประตูตู้เย็นจะปิดไม่สนิท


วิธีการแก้ไขเบื้องต้น คือ ใช้น้ำอุ่นราด แล้วลองใช้มือบีบที่ขอบยาง หากขอบยางกลับมานิ่มเช่นเดิมก็สามารถนำกลับไปใช้งานต่อได้ แต่หากขอบยางไม่นิ่ม ให้เปลี่ยนขอบยางตู้เย็นใหม่ทันที ซึ่งการเปลี่ยนขอบยางตู้เย็นทุกบ้านสามารถทำเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง


  • กระแสไฟที่ใช้ไม่สม่ำเสมอ

ปัญหา ตู้เย็น ไฟไม่เข้า บางครั้งอาจเกิดจากปัญหากระแสไฟที่ใช้กับตู้เย็นไม่มีความสม่ำเสมอ หรือใช้ไฟร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ มากจนเกินไป จึงส่งผลให้ตู้เย็นไม่เย็น ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ของตู้เย็นทำงานหนัก และเสียหายได้ ดังนั้น ก่อนการใช้งานตู้เย็น ควรสังเกต และคำนวณกระแสไฟที่จะใช้งาน โดยเฉพาะหากต้องใช้ปลั๊กพ่วงร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ


  • ไม่ทำความสะอาดน้ำแข็งในช่องฟรีซ

ในช่องฟรีซหากมีน้ำแข็งเกาะอยู่ในปริมาณมาก โดยเฉพาะตู้เย็นรุ่นเก่า ๆ ที่ไม่มีระบบละลายน้ำแข็ง จำเป็นต้องหาเวลาเพื่อทำความสะอาด โดยส่วนใหญ่แล้วควรละลายน้ำแข็งอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อปี หรือดูตามความเหมาะสมของปริมาณน้ำแข็งที่ถูกสะสม เพราะหากปล่อยให้น้ำแข็งอัดแน่นภายในช่องฟรีซ จะส่งผลต่อการหมุนเวียนของระบบทำความเย็นลดลง


การทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก สำหรับตู้เย็นรุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบทำความสะอาดให้มาด้วยอยู่แล้ว แต่สำหรับตู้เย็นรุ่นเก่า ๆ อาจจะต้องดึงปลั๊กตู้เย็นออก แล้วเคลียร์ของภายในตู้เย็นออกให้หมด หลังจากนั้นรอให้น้ำแข็งละลายด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ของแข็งช่วย เพราะอาจจะกระทบต่อท่อน้ำยา แผงทำความเย็น จนเกิดความเสียหาย กลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิมได้


  • ของล้นตู้เย็น

การจัดระเบียบข้าวของภายในตู้เย็น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาตู้เย็นไม่เย็นได้ เพราะหากมีของกิน ทั้งของสด ผัก ผลไม้ ของแห้ง แช่ไว้ในตู้เย็นเต็มไปหมด จะส่งผลให้ตู้เย็นทำงานหนัก ระบบหมุนเวียนทำความเย็นไม่ทั่วถึง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบของที่จะแช่ตู้เย็น เพื่อให้ตู้เย็นดูโล่ง และที่สำคัญดูสะอาดตา โดยวิธีจัดระเบียบตู้เย็นง่าย ๆ ที่ทุกบ้านสามารถทำได้ อาจจะหากล่องจัดระเบียบมาใส่อาหารแยกตามประเภท เพื่อให้สะดวกในการเลือกหยิบ หรือเลือกใช้ตู้เย็นที่มีขนาดเหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัว และปริมาณของที่ต้องแช่ บางบ้านมักเข้าใจผิดว่าตู้เย็นขนาดใหญ่จะกินไฟ แต่จริง ๆ แล้วหากเราใช้ตู้เย็นขนาดเล็ก แต่แช่ของในปริมาณที่มากไปนั้น จะยิ่งกินไฟมากกว่า


  • อุณหภูมิตู้เย็นไม่เหมาะสม

อุณหภูมิของตู้เย็น ก็มีผลต่อความเย็นของตู้เย็นเช่นกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องปรับอุณหภูมิความเย็นให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันตู้เย็นรุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นหน้าจอดิจิตอลจะสามารถปรับอุณหภูมิได้ไม่ยุ่งยาก แต่หากเป็นตู้เย็นรุ่นเก่า ๆ จะมีปุ่มให้หมุนปรับ ส่วนใหญ่แล้วจะหมุนตั้งอยู่ในระดับอุณหภูมิที่เลข 3 หรือขึ้นอยู่กับรุ่นตู้เย็นที่เลือกใช้งาน


  • พัดลมระบายอากาศชำรุด

ในตู้เย็นมีพัดลมระบายอากาศ ที่คอยช่วยระบายความร้อนออกไป และส่งความเย็นให้กระจายไปรอบ ๆ ตู้เย็น ซึ่งตัวพัดลมระบายอากาศ จะถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังช่องแช่แข็ง หากตู้เย็นเกิดปัญหา ตู้เย็นไม่เย็นแต่ไฟติด หรือ ตู้เย็นไม่เย็นแต่ช่องฟรีซเย็น ให้ลองสังเกตที่พัดลมระบายอากาศดูบ้าง ซึ่งหากเป็นตู้เย็นรุ่นเก่า ๆ อาจจะต้องละลายน้ำแข็งออกให้หมดเสียก่อน แล้วดูว่าพัดลมระบายอากาศยังทำงานอยู่หรือไม่ หากไม่ทำงานให้เปลี่ยนใหม่ทันที โดยทุกบ้านสามารถเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง เพียงหาซื้อพัดลมระบายอากาศรุ่นเดียวกับตัวเดิมที่ติดตั้ง มาติดตั้งแทน แต่ก่อนติดตั้งอย่าลืมถอดปลั๊กตู้เย็น เพื่อป้องกันอันตรายเรื่องไฟกันด้วย


  • ไม่ระมัดระวังขณะขนย้าย

การเคลื่อนย้ายตู้เย็น เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แม้ว่าตู้เย็นจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูมีความแข็งแรง แต่จริง ๆ แล้วการดูแลรักษา และเคลื่อนย้ายตู้เย็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเพื่อป้องกัน ปัญหา ตู้เย็นไม่เย็นแต่ไฟติด และตู้เย็นไม่เย็นแต่ช่องฟรีซเย็น


โดยข้อห้ามสำหรับการเคลื่อนย้ายตู้เย็น คือ ห้ามยกตู้เย็นเป็นแนวนอน เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์ไหลออกมาได้ โดยวิธีการยกตู้เย็นที่ถูกต้อง คือ ยกเอียงไม่เกิน 40 องศา และหลังจากการขนย้ายเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรเปิดใช้งานตู้เย็นทันที ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงเสียก่อน แล้วจึงเปิดใช้งานได้ตามปกติ


  • นำของร้อนเข้าแช่ โดยที่ไม่รอให้เย็น

บางบ้านต้องการถนอมอาหารให้คงอยู่ได้อย่างยาวนาน หลังจากซื้ออาหารมาใหม่ ๆ จึงนำเข้าตู้เย็นทันทีโดยไม่รอให้อาหารอุ่น หรือเย็นเสียก่อน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาตู้เย็นไม่เย็น เพราะ ระบบการทำงานภายในของตู้เย็น จะทำงานได้ลดลง การหล่อเย็นไม่ดี ดังนั้น จึงควรรอให้อาหารที่จะนำไปแช่ภายในตู้เย็นเย็นลงเสียก่อน แล้วถึงนำไปแช่จะดีที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูล ตู้เย็นไม่เย็น จาก SGE

แนวทางเลือก “เครื่องซีลสุญญากาศ” สำหรับธุรกิจ

タイ料理

ในปัจจุบันธุรกิจ SME นับว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ทั้งในด้านการผลิต และการจ้างงาน อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรรมใหม่ๆออกสู่ตลาด


และเห็นได้ว่ากลุ่มธุรกิจด้านอาหารที่เป็น SMEs มีจํานวนมากเป็น อันดับที่สองรองจากธุรกิจค้าปลีก โดยมีจํานวนมากกว่า 300,000 กิจการในไทย


ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจอาหาร นั่นก็คือ “เครื่องซีลสุญญากาศ” ที่จำเป็นกับอาหารแทบจะทุกชนิด เรียกว่าเป็นของที่ขาดไม่ได้ของธุรกิจกลุ่มนี้เลย


แล้วของสำคัญขนาดนี้ จะเลือกซื้อยังไงให้ไม่พลาด และส่งผลดีต่อธุรกิจของเราที่สุดล่ะ?


วันนี้แอดมิน ขอแนะนำ เครื่องซีลสูญญากาศ ที่จะเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการเติบโตธุรกิจ SME ของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยราคาที่ถูกที่สุดในตลาด

ทำไมต้องเป็น เครื่องซีลสูญญากาศ ยี่ห้อ SGETHAI ?

เครื่องซีลสุญญากาศ SGE เป็นสินค้าคุณภาพตามมาตราฐานอุตสาหกรรม มีให้เลือกหลากหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของธุรกิจ SME ทั้งขนาดย่อมและขนาดกลาง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นครัวเรือน ไปจนถึง รุ่นอุตสาหกรรมระดับใหญ่ เช่น เครื่องซีลสายพาน เครื่องซีลเท้าเหยียบ


เครื่องซีลสุญญากาศ ตัวช่วยในการคงสภาพอาหารให้เก็บได้นานมากขึ้น อีกทั้งยังการันตีอันดับ 1 บน Google


เครื่องซีลถุงของ SGE ทุกชิ้น มีการรับประกันหลังการขาย พร้อมทั้งอะไหล่สำรอง ดูแลตลอดอายุการใช้งาน ยืนยันด้วยลูกค้าทั่วประเทศ มากกว่า 100,000 ราย


มาถึงตรงนี้แล้ว ต้องถามผู้ประกอบการ SME ทุกคนแล้ว ว่าธุรกิจของท่านต้องการซีลสินค้า กี่ชิ้นต่อวัน เพื่อที่จะได้ทราบว่ารุ่นไหนจะคุ้มค่ากับการลงทุนและตอบโจทย์ผู้ประกอบการแต่ละท่านมากที่สุด


เพราะฉะนั้น เราขอพาทุกท่านไปรู้จักกันเครื่องซีลสูญญากาศของ SGETHAI แต่ละรุ่นกันเลย…

เครื่องซีลสูญญากาศ สำหรับธุรกิจขนาดย่อม (Small)


ขอเริ่มต้นด้วยเครื่องซีลสูญญากาศที่เหมาะกับ ธุรกิจ SME ขนาดย่อม ก่อนเลยนะคะ ตัวเครื่องแต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อ 👉 รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง 30-200 ถุง/วัน


พิเศษ!! 👉 สามารถซีลได้กับถุงทุกชนิดยกเว้นถุงลายนูน 🥰 สามารถช่วยลดต้นทุน ได้ ถึง 50% ตัวเครื่องเป็นระบบลิ้นดูดอากาศ ที่สามารถไล่อากาศจากภายในออกมาได้มากยิ่งขึ้น พร้อมการติดตั้งระบบแท็งก์ที่จะรองรับความชื้นอีกด้วย


ในหมวดหมู่นี้ บริษัท SGE มีสินค้าที่ ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน จะมีรุ่นไหนบ้างตามไปดูกันค่ะ..


– VC – ECO


มาในดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่น ใช้งานสะดวก เคลื่อนย้ายได้ สามารถรองรับถุงได้ทุกชนิด ยกเว้นถุงสูญญากาศลายนูน นอกจากนี้ยังมีแท็งก์รองรับน้ำ ทำให้ฟังก์ชั่นการซีลที่ครอบคลุมทั้งสินค้าชนิดแห้ง และสินค้าที่มีน้ำเล็กน้อย


เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน และธุรกิจ SME ขนาดย่อม เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องราคาถูก แต่พลังการทำงานไม่น้อยเลยนะคะ (ราคา 3500 บาท)


– VC – EVO Gen 2 น้องใหม่ล่าสุด!!


มีแท็งก์รองรับน้ำติดตั้งอยู่ด้านหลังของเครื่อง ทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้กับสินค้าที่มีน้ำเล็กน้อยโดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะเสียหายจากการที่น้ำเข้าเครื่องเหมือนเครื่องซีลรุ่นเล็ก ๆทั่วไป


สามารถรองรับถุงได้ทุกชนิด ยกเว้นถุงสูญญากาศลายนูน เหมาะกับการใช้งานในทุกที่ใช้ในครัวเรือน หรือ แม้กระทั่งการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ร้านค้า SME ขนาดย่อม (ราคา 5300 บาท)


– VC88 รุ่นเรือธง!!


ที่ทางบริษัท SGE คิดค้นและผลิตออกมา เป็นของแท้และเจ้าเดียวที่ สามารถทำงานต่อเนื่อง 24 ชม. โดยไม่พัก รองรับถุงได้หลากหลายชนิด ยกเว้นถุงลายนูน ในขณะที่ยังคงรักษาขนาดรูปร่างที่กะทัดรัด


สามารถใช้ในครัวเรือนได้อย่างสบายๆ สามารถรองรับการซีลปริมาณมากได้ด้วย จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในธุรกิจ SME ทั้งขนาดย่อมและขนาดกลาง (ราคา 5800 บาท)

เครื่องซีลสุญญากาศ สำหรับธุรกิจขนาดกลาง (Medium)


การใช้งานกับเครื่องในหมวดนี้จะเหมาะกับ ธุรกิจ SME ขนาดกลาง ที่ต้องการมาตรฐานการซีลที่แน่นหนา การันตีกับไปกับ แถบซีลที่หนาถึง 8 mm ระบบดูดสุญญากาศที่รุนแรงถึงใจ


เครื่องซีล รุ่นอุตสาหกรรมหมวดนี้ 👉 สามารถใช้ได้กับ ถุงฟอยด์ ถุงอลูมิเนียม ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงคราฟท์ และถุงทุกประเภท เครื่องเเพ็ค สูญญากาศ รุ่นนี้ทนทานต่อการใช้งานสูง แบรนด์ชั้นนำนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันเลย..


– Vacuum VCC02


เป็นเครื่องซีลแบบห้องสูญญากาศ ที่สุดในการซีลสูญญากาศของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดดเด่นในเรื่อง การซีล สินค้าที่เป็นผง เป็นซอสของเหลวต่างๆ สามารถซีลสินค้าให้คงรูปสวยงามได้มากขึ้น


เนื่องจาก การดูดสูญญากาศจะกระจายรอบทิศทาง สามารถปรับระยะเวลาในการซีล ระยะเวลาสูญญากาศได้ สามารถปรับความร้อนของแถบซีลได้ สามารถหยุดการทำงานได้ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน


– Vacuum VCC-03


เป็นเครื่องซีลแบบห้องสูญญากาศรุ่นประหยัด จุดเด่นคือการซีลสูญญากาศ ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น สินค้าที่เป็นผง เป็นซอสเหลวต่างๆ สามารถซีลสินค้าให้คงรูปสวยงามเนื่องจาก


การดูดสูญญากาศจะกระจายรอบทิศทาง ปั้มสูญญากาศ ทรงพลัง 900W ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มาพร้อมกับตัว Uni-body แสตนเลส 304 ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์การใช้งานหนัก ใช้งานทนทานนับ 10 ปี


– VC99 ที่สุดของเครื่องซีลในด้านความเร็ว!!


เครื่องรุ่น VC99 เป็นอีกความภาคภูมิใจของบริษัท SGE ด้วยฟังค์ชั่นการทำงานที่สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะ ซีลสูญญากาศ อัดแก๊สไนโตรเจน ซีลบลอคข้าว ซีลถุงอื่นๆได้ทุกประเภท


รวมไปถึง การตั้งค่าการทำงานแบบอัตโนมัติ นวัตกรรมของการเก็บรักษาอาหารได้ถูกรวมไว้ในเครื่องนี้ ดังนั้นธุรกิจที่มีกำลังการผลิตในเชิงพาณิชย์ จึงเลือกใช้ VC99 มาเป็นอันดับหนึ่ง



เรียกได้ว่าเครื่องซีลเป็นตัวช่วยหลักในการถนอมอาหารเลยค่ะ แถมมีหลากหลายรุ่น ให้เลือกตามความเหมาะสม ของผู้ประกอบการธุรกิจ SME


สามารถดูข้อมูลเพิ่มเครื่องซีลสูญญากาศ https://www.catdumb.com/lifestyle/13018

สูตรบิงซู ทำง่ายๆ สร้างรายได้เสริม ไม่ง้อร้าน

タイ料理

บิงซู น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี เมนูยอดฮิตที่ทุกร้านคาเฟ่ต้องมี ด้วยเกล็ดน้ำแข็งเนื้อเนียนนุ่ม ที่ถูกบดจนละเอียด พอได้สัมผัสก็แทบจะละลายในปากทันที ทำให้เป็นของหวานแบบน้ำแข็งไสที่ทุกคนชื่นชอบ โดยเฉพาะคนไทยที่เผชิญอากาศร้อนแทบจะทั้งปี


บิงซู ที่ไปทานตามร้านมีราคาที่แพงเสียเหลือเกิน และรสชาติของมันก็อร่อยซ่ะเกินห้ามใจ หวานอมเปรี้ยวของผลไม้ที่มากับบิงซู แต่เมื่อมากับสูตรเด็ดเคล็ดลับแล้ว ก็ต้องมีวิธีทำง่ายๆ มาฝากกัน แค่ใช้ตู้เย็นที่บ้านเราเอง ก็สามารถทำบิงซูรับประทานเองได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะเลย


หากใครรู้สึกร้อน อยากหาของหวานเย็น ๆ กระแทกปาก ให้คลายร้อนลง แม้แต่ในช่วงหน้าหนาว ที่ไม่รู้สึกหนาวสักทีแอดมินขอแนะนำสูตรทำ บิงซู แค่มี เครื่องทำบิงซู ก็สามารถรังสรรค์เมนูบิงซูได้ทุกรูปแบบแล้ว มาพร้อมกับความอร่อยที่แทบจะทำให้ลิ้นของคุณละลาย ส่วนจะมีสูตรอะไรและวิธีการทำอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

วิธีทำบิงซู


ส่วนผสมบิงซู


  • นมสดรสจืด แบบไม่มีไขมัน 1 กล่อง
  • นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
  • ไอศครีมรสนม 1 ถ้วย
  • ผลไม้รสเปรี้ยว เช่นมะม่วง สตรอเบอร์รี่
  • ถุงซิปล็อค

วิธีทำบิงซู

  1. เทนมใส่ภาชนะ ตักนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะผสมลงไปในนมสด คนให้เข้ากัน
  2. เทนมใส่ถุงซิปล็อค ไล่ลมออกให้หมด ปิดถุงซิปล็อคให้สนิท ถ้าไม่มีถุงซิปล็อคให้ใช้ถุงพาสติกอะไรก็ได้แล้วพับปิดให้สนิดโดยใช้ที่หนีบมาหนีบ โดยให้ถุงมีลักษณะแบนราบเพื่อให้นมกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งได้ทั่วถึง
  3. นำถุงนมไปแช่ช่องฟรีสโดยให้ถุงนอนแบบราบ
  4. อีกเคล็ดลับหนึ่งที่จะทำให้บิงซูไม่ละลายและอยู่ได้นานตอนกิน ให้นำชามที่ใส่บิงซูิแช่ฟรีสไปด้วยเลย
  5. รอให้นมกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งอีก 3 ชั่วโมง ระหว่างรอเตรียมผลไม้ที่จะทำบิงซู ใครใช้มะม่วงสุกก็หั่นมะม่วงให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ส่วนสตรอเบอร์รี่ก็หั่นเป็นชิ้นบางๆ
  6. เมื่อนมในช่องแช่แข็งเริ่มแข็งแล้ว นำออกมาทุบๆ ให้กลายเป็นเกล็ดเล็ก จากนั้นก็นำไปแช่แข็งต่ออีกประมาณ 10 นาที
  7. เรียงผลไม้ใส่ชามได้เลย แล้วแต่จะจัดเรียงผลไม้ไว้ชั้นแรกก่อน นำเกล็ดน้ำแข็งออกมาจากตู้เย็น เทน้ำแข็งใส่ชาม ทำให้น้ำแข็งพูนๆ เข้าไว้ ด้านบนประดับด้วยผลไม้ที่เราเตรียมไว้อีกครั้ง
  8. โปะไอศครีมรสนมไว้ด้านบน ราดนมข้นหวานหรือซอสสตรอเบอร์รี่อีกรอบหนึ่ง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ

วิธีทำจาก nuuneoi.com