springgreenのブログ

タイ料理のレシピ รวมสูตรอาหารไทย

แจกสูตรเครปเย็น หารายได้เสริมช่วงโควิด

タイ料理


เครปเย็น ของหวานที่น่ารับประทาน สำหรับใครที่ต้องการทานอะไรเย็นชื่นใจ ซึ่งปกติ เราอาจคุ้นเคยแต่เครปแบบร้อน ซึ่งแป้งมีความบางกรอบ ใส่ไส้ต่าง ๆ อยู่ภายใน แต่สำหรับ เครปเย็น นั้น ด้วยการทอดแป้งในอุณหภูมิต่ำ ใส่วิปครีมที่ตีหรือแช่เย็นในอุณหภูมิที่เย็นจัด จะทำให้ได้รสชาติที่เหมือนกับกินไอศกรีมยังไงยังงั้น


เครปเย็น จึงกลายเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของคนชอบกินเครป และเป็นของหวานที่ขายดิบขายดีอีกอย่างหนึ่ง หากใครสนใจอยากทำเครปเย็นกินเองที่บ้าน หรืออยากได้สูตรเพื่อไปทำขาย SGE รวมสูตรการทำ เครปเย็น มาให้แล้ว รับรองว่า ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน และรสชาติอร่อยสุด ๆ

ที่มาของเครป

พบว่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานความจริงแล้วเราพบอาหารที่คล้ายคลึงใกล้เคียงกับเครปในทุกซีกโลก ไม่ว่าจะเป็นแพนเค้ก นาน ปิต้า โรตี ซึ่งมีส่วนผสมของแป้ง ไข่ น้ำตาล นม เนย แตกต่างกันที่วิธีการนำเสนอและส่วนผสมที่ปรุงแต่งกันเข้าไป เครปในอดีตมีการทาเนย โรยน้ำตาล หรือ ใส่ไส้ด้วยผลไม้ เห็ด เนยแข็ง และ แฮม แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย เราจึงเห็นเครปที่เป็นสารพัดไส้ต่างๆ 


รวมถึง บรรดาเครปเย็นที่ได้ชื่อว่าเป็นขนมหวานที่หลายคนไม่ใช่แค่อยากซื้อกินแต่อยากจะลงทุนทำขายกันเลยทีเดียว ซึ่งจุดเด่นของเครปเย็นคือรูปร่าง สีสัน และราคาในการจำหน่าย แม้ว่าต้นทุนเฉลี่ยจะค่อนข้างสูงแต่ก็เป็นสินค้าที่คนพอใจจะซื้อด้วยเหตุนี้ Wellnessmarkshop จึงได้นำสูตรเครปเย็นที่น่าสนใจเอามาให้ได้ลองฝึกทำกัน เพื่อใครจะมีไอเดียเอาสูตรเหล่านี้ไปต่อยอดให้กลายเป็นเครปเย็นเมนูใหม่ๆ ที่อาจจะขายดียิ่งขึ้นได้


ส่วนผสมแป้งเครป

  • แป้งเค้ก 250 กรัม
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • นมจืด 350 – 400มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทรายป่น 80 กรัม
  • กลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นส้ม 4 ช้อนชา
  • น้ำมัน 2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 250 กรัม

ส่วนผสมไส้เครป

  • วิปปิ้งครีมสำเร็จรูป
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

แนะนำสินค้า : เตาเครป https://www.sgethai.com/crepe-maker มีไว้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำเครป ทั้ง เตาเครประบบแก๊ส และ เตาเครประบบไฟฟ้า ทำได้หลากหลายเมนู เช่น เครปเย็น แพนเค้ก ขนมโตเกียว
 
วิธีทำ
1.ตอกไข่ใส่ชามผสมตีให้เข้ากัน จากนั้นเติมนมสดลงไปในชามไข่ ตามด้วยน้ำตาลทราย น้ำเปล่า กลิ่นวานิลลาและน้ำมันผสมให้เข้ากัน


2.ร่อนแป้งเค้ก 1 ครั้งลงในชามผสมไข่ ผสมให้แป้งเครปเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน


3.นำแป้งเค้กที่ผสมเสร็จเรียบร้อยแล้วไปกรองด้วยที่กรองหรือผ้าขาวบาง 1 ครั้งเพื่อให้แป้งเครปเนียนยิ่งขึ้น


4.นำพลาสติกแรปชามแป้งเค้ก แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นเพื่อให้แป้งเซตตัว โดยใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที


5.ระหว่างที่รอแป้งเครปเซตตัว ให้มาทำส่วนผสมของไส้เครป โดยให้ตีวิปปิ้งครีมเข้ากับน้ำตาลทรายป่นให้ขึ้นฟูมีรสหวานเล็กน้อย จากนั้นใส่ชามพักไว้ หรือจะนำเข้าตู้เย็นสักพักได้ยิ่งดี


6.เมื่อแป้งเครปเซตตัวได้ที่แล้ว ให้นำออกมาใช้ไม้พายหรือทัพพีคนแป้งอีกครั้ง


7.ถึงเวลาทำเครปกันแล้ว ให้ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน (เพื่อไม่ให้แป้งไหม้) ให้หยอดแป้งเครปประมาณ 1 1/2 ทัพพีลงไปบนกระทะ จากนั้นกลิ้งกระทะเป็นวงกลมเพื่อให้แป้งที่เทไปเต็มกระทะเป็นแผ่นกลมสวย รอให้เครปด้านล่างเริ่มสุกได้ที่ ให้พลิกด้านเพื่อให้สุกเท่ากัน เมื่อแป้งสุกได้ที่ให้นำพักไว้ในจาน รอให้แป้งเย็นลง


8.เมื่อแป้งเย็นลงแล้ว ให้นำวิปปิ้งครีมปาดครึ่งบนของแผ่นเครป จัดการพับเครปให้ดูสวยงาม ก่อนเสิร์ฟ


ที่มา: wellnessmarkshop.com/blog/post/

แจก 3 สูตร ไอศกรีม ทำกินเองง่ายๆ ทำขายก็รวย

タイ料理

ท่ามกลางอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าว สำหรับคนไทยคงนึกให้นึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก ไอศครีม เมื่อร่างกายต้องการความเย็น ที่ทำได้ดีที่สุดคือกินไอศกรีมให้สดชื่น โดยไอศกรีมนอกจากซื้อทานเองแล้ว เรายังสามารถทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ ที่บ้าน หลายๆ คนนึกว่าการทำไอศครีมเองเป็นเรื่องที่ยาก และใช้อุปกรณ์เยอะ แต่จริงๆ แล้วสามารถทำเองได้ไม่ยากเลย แถมยังเลือกรสชาติได้ด้วยตัวเอง วันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงนี้ คุณยังไม่มีเมนูของหวานเย็นอยู่ในตู้เย็นเราขอแนะนำลองเอาสูตร ไอศครีม ของเราฝึกทำดูได้เลย ทำกินเองที่บ้าน อากาศร้อนๆ แบบนี้ โครต ฟิน!! บอกเลย

ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ


“ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ” สูตรนี้จะเน้นที่ใช้วัตถุดิบน้อย ทำกินกันในครอบครัวง่ายๆ ไอติมสูตรนี้มี เนื้อสัมผัสที่เข้าข้น หวานมัน กลิ่นกะทิโชยมาแต่ไกล ต้องลองทำกันเลยจร้า

วัตถุดิบ
กะทิอร่อยดี 500 มล. , น้ำตาลทราย 100 กรัม , เกลือ 1/2 ช้อนชา , แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ. , กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา ,ถั่วลิสงคั่ว , เครื่องเคียงตามชอบ >>> ถั่วแดง,ลูกเดือย,ลูกชิด,ข้าวโพด

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวโพดมาละลายผสมกับกะทิบางส่วน ใช้ตะกร้อตี หรือ เครื่องตีแป้ง ตีจนแป้งข้าวโพดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
2. ตั้งหม้อใช้ไฟกลาง ใส่กะทิ เกลือ น้ำตาลทราย กลิ่นวนิลา เคียวด้วยไฟกลางจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มหนืดตัว
3.ปรับเป็นใช้ไฟอ่อน ใส่แป้งข้าวโพดที่ได้ละลายไว้แล้วในข้อ1คนจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มเดือดเล็กน้อย
ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น
4.เทใส่กล่องหรือภาชนะอื่น ปิดฝา นำไปแช่เย็น ประมาณฟรีซ 3-4 ชั่วโมง
5.นำออกจากช่องฟรีซ และนำมาให้ ไอศกรีมกะทิ เนียนละเอียด นำออกมาใส่กล่องแช่ฟรีซไว้ 1 คืน
6.ตักเครื่องเคียงพร้อมเสิร์ฟคู่กับ ไอติมกะทิสด โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว และนมข้นจืดคาร์เนชั่น

ไอศกรีมนมชาเขียวถั่วแดง

ใครติดใจไอศกรีมนมชาเขียวถั่วแดงตำรับญี่ปุ่น ถ้ามีเวลาว่างมาลองทำกินเองกันเถอะ สูตรนี้ใส่ผงชาเขียวผสมกับนมข้นหวาน เพิ่มเฮฟวี่ครีม มาพร้อมถั่วแดงกวนแสนอร่อย

ส่วนผสม ไอศกรีมนมชาเขียวถั่วแดง
ผงชาเขียวมัทฉะ 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อน 3-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย (น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้ง) 3 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน 5 ช้อนโต๊ะ
เฮฟวี่ครีม (นมสดหรือนมถั่วเหลือง) 350 มิลลิลิตร (ประมาณ 1+1/2 ถ้วย)
ถั่วแดงญี่ปุ่นชนิดหวาน 1/3 ถ้วย

อุปกรณ์
พิมพ์ไอศกรีม
ไม้ไอศกรีม (แช่น้ำทิ้งไว้ 15 นาที)

ถุงเก็บความเย็น (ไว้สำหรับคงความเย็น และช่วยยืดอายุของไอศกรีมให้ทานได้นาน)


วิธีทำนมชาเขียวถั่วแดง
1. ใส่ผงชาเขียวลงในถ้วยผสม (ถ้วยที่มีปากเพื่อเทลงพิมพ์ได้ง่ายขึ้น) ตามด้วยน้ำร้อน คนผสมให้ผงชาเขียวละลายจนไม่เป็นเม็ด
2. เติมน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
3. เติมนมข้นหวานลงไป คนผสมให้เข้ากัน
4. เติมเฮฟวี่ครีมลงไป คนผสมให้เข้ากัน
5. เทส่วนผสมลงพิมพ์จนเกือบเต็ม (สามารถใส่ถั่วแดงลงไปในขั้นตอนนี้ได้) นำเข้าแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง
6. นำไอศกรีมออกจากช่องแข็ง ตักถั่วแดงใส่แล้วเสียบไม้ไอศกรีมลงไป นำไปแช่แข็งอีกครั้งประมาณ 5

ไอศกรีมนมเย็น


ถ้าสีสันถูกใจก็ลงมือทำกันได้เลยนะคะ สำหรับไอศกรีมนมเย็น ส่วนผสมหลัก ๆ จะมีนม นมข้นหวาน และน้ำแดง เพิ่มน้ำแข็งแห้งเพื่อให้เนื้อไอศกรีมเซตตัวเร็วขึ้น


ส่วนผสม ไอศกรีมนมเย็น
นมสด 175 กรัม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
นมข้นหวาน 125 กรัม
น้ำแดง 50 กรัม
น้ำแข็งแห้ง (food grade) 1/2 กิโลกรัม


วิธีทำไอศกรีมนมเย็น
1. บดน้ำแข็งแห้งให้ละเอียดดี
2. ผสมนมสด วิปปิ้งครีม นมข้นหวาน และน้ำแดง ค่อย ๆ ใส่น้ำแข็งแห้งลงไป คนเร็ว ๆ จนส่วนผสมข้นหนาขึ้นเป็นไอศกรีม จัดเสิร์ฟ


Cr. cooking.kapook.com


โดยสูตรไอศกรีมทั้ง 3 สูตรนี้ไม่ได้ใส่สารกันบูด ดังนั้นไอศกรีมอาจจะหมดอายุไว อยู่ได้ไม่กี่วัน ขึ้นอยู่วัตถุดิบที่ใส่เข้าไป เช่นนมหรือวิปปิ้งครีม หากเป็นสูตรที่มีแต่ผลไม้อาจจะอยู่ได้นานกว่า หากใครคิดจะทำไอศกรีมโฮมเมดแนะนำให้ทำทีละน้อยๆ ดีกว่านะ หรือหากทำเยอะๆ อาจจะใช้ ถุงเก็บความเย็น เข้ามาเก็บใช้ในกับการรักษาความสด ช่วยยืดอายุ ของไอศกรีม ให้คงความสดใหม่ ทานได้นานนยิ่งขึ้น


ไอเดียข้าวแกง เมนูยอดนิยม ทำขายรวยแน่นอน

タイ料理


❝ ใครอยากทำ เมนูข้าวแกง ขายสร้างกำไร สูตรอาหารไทย ประจำร้านข้าวแกง มีทั้งเมนูผัด เมนูทอด เมนูนึ่ง และน้ำพริก ทำขายได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ การันตีขายดิบขายดีอย่างแน่นอน ❞


วันนี้มาเอาใจคนชอบจ่ายตลาด ขาประจำร้านกับข้าว ร้านข้าวแกง ด้วยสูตรอาหารทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ต้องออกไปเจอผู้คนค่ะ กับ สูตรอาหาร เมนูร้านข้าวแกง ยอดฮิต บอกเลยว่าทำกินเองได้ง่ายๆ ในครัวบ้านตัวเองค่ะ ฝนตก รถติด แดดร้อน ไม่อยากออกจากบ้าน ก็สามารถแสดงฝีมือเองได้ชิลๆ ไม่ต้องออกไปเลือกเองเลยจ้า แถมทำกินเองคุมรสชาติที่ต้องการได้ หรือจะใส่วัตถุดิบเยอะแค่ไหนก็ยังได้!  คว้าผ้ากันเปื้อน ปลุกวิญญาณเชฟ แล้วเข้าครัวกันเล้ยยย
 
ใครอยากเปิดร้าน ข้าวแกง ลองมาทำเมนูกับข้าว แบบไม่จำเจวนไปทุกวันดีไหม วันนี้ SGE ขอนำเสนอวิธีทำข้าวแกงหลากหลายเมนู เช่น ผัดหอยลาย ผัดมะเขือยาวหมูสับ แกงส้มผักรวมกุ้ง ต้มผักกาดดอง หมูก้อนทอด ทอดมันปลา ห่อหมกปลาช่อน จะทำขายก็ดี หรือทำกินเองก็ได้ จะมีเมนูอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า


ผัดหอยลาย


เมนูข้าวแกง ขายดี มีทุกร้านนั่นคือ ผัดหอยลาย เริ่มจากเอาหอยลายไปลวกให้สุกแล้วค่อยผัดกับเครื่องโขลก เพิ่มสีสัน และความเผ็ดด้วยน้ำพริกเผา อร่อยถึงเครื่องสุด ๆ


ส่วนผสม

  • หอยลาย ล้างสะอาด 500 กรัม
  • น้ำเปล่า สำหรับลวกหอยลาย
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด
  • พริกขี้หนู โขลกละเอียด ตามชอบ
  • กระเทียม โขลกละเอียด
  • เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย


วิธีทำ


ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนน้ำเดือด ใส่หอยลายลงลวกพอสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่พริก กับกระเทียมโขลกลงไปผัดพอหอม ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด ตามด้วยน้ำพริกเผา และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
ใส่หอยลายที่ลวกเตรียมไว้ลงผัดสักครู่ จากนั้นใส่ใบโหระพาลงผัดพอเข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


ผัดพริกแกงปลาดุก 

เมนูหมู หรือเมนูไก่ ลูกค้ากินบ่อย ๆ ก็เบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูปลากันเถอะ พบกับผัดพริกแกงปลาดุก จับปลาดุกไปทอดจนสุกกรอบ แล้วเอามาผัดกับน้ำพริกแกง สุดท้ายโรยใบกะเพรากรอบ อร่อยสุด ๆ


ส่วนผสม

  • ปลาดุกสด หั่นเป็นชิ้นหนา 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงเผ็ด 100 กรัม
  • กระชายซอย 300 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว หั่นเฉียง
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช สำหรับทอดและผัด


วิธีทำ

  1. โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ เปิดไฟแรง พอน้ำมันร้อน ใส่ปลาดุกลงไปทอดจนสุก แล้วลดเป็นไฟกลาง ทอดจนปลาดุกกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
  2. ใส่ใบกะเพราลงไปทอดในน้ำมัน ใช้ไฟปานกลางจนกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  3. เทน้ำมันออกจากกระทะให้เหลือเพียงเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดจนหอมแล้วลดเป็นไฟอ่อน เติมน้ำปลา น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลปี๊บลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
  4. ใส่กระชาย พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อนลงไปผัดให้เข้ากัน
  5. ใส่ปลาดุกทอด และแบ่งใบกะเพรากรอบที่ลงไปผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยกะเพรากรอบ พร้อมเสิร์ฟ


ผัดผักรวมกุ้ง 

ผัดผักรวมหมูร้านข้าวแกงไหน ๆ ก็ทำขายกัน ถ้าไม่อยากซ้ำก็ลองมาทำเมนูผัดผักรวมกุ้ง ใส่บรอกโคลี แครอท ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อน ปรุงรสเค็มนิดหน่อย อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ


ส่วนผสม

  • กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสด ปอกเปลือกผ่าหลัง 200 กรัม
  • บรอกโคลี หั่นชิ้น 100 กรัม
  • ดอกกะหล่ำ หั่นชิ้น 100 กรัม
  • เห็ดฟาง ผ่าครึ่ง 100 กรัม
  • ข้าวโพดอ่อน (หั่นเฉียง) 100 กรัม
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด


วิธีทำ

  1. ลวกบรอกโคลีในน้ำร้อนประมาณ 30 วินาที ตักใส่น้ำเย็นจัด หรือน้ำผสมน้ำแข็งแล้วสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
  2. ผัดกระเทียมจนมีกลิ่นหอม ใส่กุ้งสดลงไป ผัดพอให้กุ้งถูกน้ำมันจนทั่วแล้วใส่บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อนลงไป
  3. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และน้ำ ผัดผสมให้เข้ากันไม่เกิน 1 นาที ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แกงส้มชะอมรวมกุ้ง 


เมนูแกงรสแซ่บ แกงส้มผักรวมกุ้ง ใส่ถั่วฝักยาว และผักกาดขาว เติมน้ำพริกแกงส้ม ปรุงรสเปรี้ยว เผ็ด เค็มและหวานตามชอบ ทานกับข้าวสวย อร่อยฟิน


ส่วนผสม

  • น้ำพริกแกงส้ม ½ ถ้วย
  • หอมแดง ปอกเปลือก 5 หัว
  • กระชาย 100 กรัม
  • ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ หรือน้ำแร่ 1 กระป๋อง (บีบน้ำออกจนแห้ง)
  • น้ำเปล่า 5 ถ้วย
  • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือทะเล 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย
  • กุ้งสด ปอกเปลือกผ่าหลัง 10 ตัว
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ชะอมเด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช สำหรับทอดไข่เจียว


วิธีทำ

  1. ตีไข่ไก่พอแตก ใส่ชะอมเด็ดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย ตีผสมให้พอเข้ากัน
  2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่ไข่ลงไปทอดจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงในถ้วย หรือหม้อสำหรับเสิร์ฟ เตรียมไว้
  3. โขลกน้ำพริกแกงส้ม หอมแดง และเนื้อปลาทูน่าเข้าด้วยกันจนละเอียด (หรือนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่น)
  4. ใส่น้ำลงในหม้อ ตักน้ำพริกแกงส้มที่โขลกลงไปคนให้ละลาย จากนั้นเปิดไฟต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก รอจนเดือดแล้วชิมรสตามชอบ
  5. ใส่กุ้งสดลงไปต้มพอสุก ปิดไฟ ตักใส่ลงในถ้วยที่รองด้วยไข่เจียวชะอม พร้อมเสิร์ฟ


พะแนงหมู

เมนูข้าวแกง มีแต่เนื้อเน้น ๆ เลยสำหรับพะแนงหมู สูตรนี้ใส่เนื้อหมูหั่นชิ้นผัดกับน้ำพริกแกงพะแนง เติมใบโหระพากับใบมะกรูด แต่งด้วยพริกชี้ฟ้าซอย เมนูนี้ใครทานก็ติดใจ


ส่วนผสม


น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 1 ถ้วย
เนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นบาง 300 กรัม
ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
ใบโหระพา 50 กรัม
ใบมะกรูดซอย
พริกชี้ฟ้าแดงซอย
น้ำมันพืช สำหรับผัด


วิธีทำ
ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนหอม เติมกะทิลงผัดจนหอม และแตกมัน
ใส่เนื้อหมู และใบมะกรูดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ผัดผสมจนเนื้อหมูสุก และน้ำเริ่มข้น
ใส่ใบโหระพาลงผัด ยกลงจากเตา ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดงซอย พร้อมเสิร์ฟ

น้ำพริกกะปิ 


น้ำพริกกะปิเป็นอีกเมนู ข้าวแกง ขายดี ไม่ว่าจะแกล้มกับผักสด กินกับปลาทูทอด หรือไข่เจียวชะอมก็อร่อย สูตรนี้ใส่กะปิอย่างดีโขลกกับหอมแดง และมะเขือพวง ใส่พริกขี้หนูกับน้ำต้มสุกด้วย อร่อยสุด ๆ


ส่วนผสม

  • พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม ปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง ปอกเปลือก 1 หัว
  • กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสวน โรยหน้า
  • ผักสด หรือผักลวก ตามชอบ
  • ปลาทูทอด
  • ไข่เจียวชะอม


วิธีทำ

  1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และหอมแดงพอหยาบ
  2. ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ และมะเขือพวงลงโขลกให้เข้ากัน
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำมะนาว เติมน้ำต้มสุกคนผสมให้เข้ากัน ชิมรส
  4. ตักใส่ถ้วย รับประทานคู่กับผักสด ผักลวก ปลาทูทอด และไข่เจียวชะอม พร้อมเสิร์ฟ


Source :